RDU Hospital (โรงพยาบาลส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล)


โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร จังหวัดชัยนาท ได้จัดทำโครงการและเว็บไซต์นี้เพื่อการรวบรวมข้อมูล และ ให้ความรู้เกี่ยวกับ การใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล ทั้งนี้ ทางโรงพยาบาลชัยาทนเรนทรหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เว็บไซต์และโครงการ การใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล จะเป็นประโยชน์ต่อการใช้งาน และ เป็นแหล่งข้อมูลในการ พิจารณา เรื่องการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล
แหล่งข้อมูลและที่มาอ้างอิงจาก โครงการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล

กุญแจดอกที่ 1

การสร้างความเข้มแข็งของคณะกรรมการเภสัชกรรมและการบำบัด 
(Pharmacy and Therapeutics Committee (PTC) Strengthening)

vpn_key

ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002 องค์การอนามัยโลกได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของ การมีคณะกรรมการเภสัชกรรมและการบำบัดที่เข้มแข็งในสถานพยาบาล ซึ่งเป็นที่ ยอมรับในประเทศที่พัฒนาแล้วว่า เป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมให้เกิดการใช้ยา อย่างสมเหตุผลและคุ้มค่าขึ้นในสถานพยาบาล

โครงการ RDU Hospital มีเป้าหมายในการสร้างเสริมคณะกรรมการ เภสัชกรรมและการบำบัดให้เป็นหน่วยปฏิบัติงานที่มีความเข้มแข็ง สามารถชี้นำ การจัดการด้านยาในองค์กรได้อย่างเหมาะสม และเป็นที่ยอมรับ โดยมีหน้าที่และ ความรับผิดชอบตามแนวทางขององค์การอนามัยโลก ในด้านต่างๆ ได้แก่

  1. การพัฒนาระบบเพื่อการติดตาม ตรวจสอบ และส่งเสริมการใช้ยาอย่าง สมเหตุผล รวมถึงกำกับการปฏิบัติงานตามกรอบของกุญแจดอกที่ 2 ถึง 6 ให้ ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ
  2. การจัดทำเภสัชตำรับ (hospital formulary) ที่มีความสอดคล้องกับ ปรัชญาและหลักการของบัญชียาหลักแห่งชาติ
  3. การสร้างความมั่นใจต่อคุณภาพยา (ensuring drug quality) แก่ผู้ใช้ยา
  4. การติดตามความปลอดภัยด้านยาและการดำเนินการป้องกันแก้ไข (ensuring drug use safety)
  5. การควบคุมค่าใช้จ่ายด้านยา (expenditure control)
  6. การฝึกอบรมบุคลากร (staff education)
  7. การควบคุมการส่งเสริมการขายของบริษัทยา เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ ทางการแพทย์ (controlling of all promotion activities to staff)

ปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของการปฏิบัติงานตามภาระ และหน้าที่ของคณะกรรมการเภสัชกรรมและการบำบัด ประกอบด้วย การมีกำหนด มอบหมายถึงพันธกิจอย่างเป็นรูปธรรม (firm mandate) มีเป้าประสงค์ในการปฏิบัติงาน ที่ ชัดเจน ได้ รับการสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูงมี ความโปร่งใสในการปฏิบัติ งาน มีตัวแทนจากหลากหลายสาขาวิชาชีพ มีสมรรถนะที่เหมาะสมกับหน้าที่ ใช้องค์ความรู้ ที่อ้างอิงจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ดำเนินงานภายใต้แนวทางสหสาขาวิชาชีพ (multidisciplinary approach) มีทรัพยากรเพียงพอที่จะดำเนินงาน และมีการประเมิน ติดตามหลังจากการนำนโยบายต่างๆ มาใช้จริง

กุญแจดอกที่ 2

การจัดทำฉลากยา, ฉลากยาเสริม และข้อมูลยาสู่ประชาชน 
(Labeling and Leaflet for Patient Information)

vpn_key

ฉลากยาเป็นเครื่องมือหนึ่งที่มีความสำคัญต่อกระบวนการใช้ยาอย่าง เหมาะสมทั้งต่อผู้ป่วยที่จะช่วยให้ใช้ยาได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ต่อเภสัชกรที่ จะช่วยในการให้คำอธิบายที่ สำคัญเกี่ยวกับยาได้ อย่างมีประสิทธิภาพ และต่อแพทย์ ที่จะช่วยให้สั่งใช้ยาได้อย่างสมเหตุผลมากขึ้น

โครงการ RDU Hospital มีเป้าหมายในการสนับสนุนให้ใช้ ฉลากยามาตรฐาน (RDU label) เพื่อให้ผู้ป่วยรับทราบข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับยาได้อย่าง สะดวกและครบถ้วน ช่วยให้ผู้ป่วยใช้ยาได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยมากขึ้น ทั้ง ช่วยให้เภสัชกรให้คำแนะนำได้ง่ายขึ้นเนื่องจากสามารถใช้ข้อความบนฉลากยามา ประกอบคำอธิบายได้โดยสะดวก นอกจากนั้น ฉลากยามาตรฐานในปัจจุบันมีขนาด เล็กไม่สามารถบรรจุข้อมูลสำคัญที่ผู้ป่วยควรทราบของยาแต่ละชนิด ซึ่งอาจแก้ไข โดยการใช้ฉลากยาเสริม (extended label) ซึ่งมีขนาดใหญ่ขึ้นและสามารถแนบ หรือแปะติดเป็นสติกเกอร์ไปกับซองยาที่ผู้ป่วยได้รับจากสถานพยาบาล เพื่อเพิ่ม ข้อมูลที่สำคัญแก่ผู้ป่วย ซึ่งอาจมีความสำคัญต่อการส่งเสริมให้เกิดการใช้ยาได้อย่าง เหมาะสมยิ่งขึ้น

เอกสารข้อมูลยาสำหรับประชาชน (patient information leaflet หรือ PIL) เป็นเอกสารที่จะจัดทำขึ้นภายใต้โครงการของสำนักงานคณะกรรมการอาหาร และยา เพื่อให้บริษัทยานำไปใช้เป็นต้นแบบในการผลิตและส่งมอบไปพร้อมกับ ผลิตภัณฑ์ของตน หัวข้อของเอกสารข้อมูลยาสำหรับประชาชนประกอบด้วย ยานี้ คือยาอะไร ข้อควรรู้ก่อนใช้ยา วิธีใช้ยา ข้อควรปฏิบัติระหว่างใช้ยา อันตรายที่อาจ เกิดจากยา และควรเก็บรักษายานี้อย่างไร ในระหว่างที่โครงการดังกล่าวยังไม่ได้ ประกาศใช้อย่างเป็นทางการและการจัดทำเอกสารดังกล่าวยังไม่ครอบคลุมรายการ ยาที่เป็นเป้าหมายของโครงการ RDU Hospital จึงส่งเสริมให้โรงพยาบาลดำเนิน การให้ผู้ป่วยที่ประสงค์จะได้ข้อมูลเกี่ยวกับยาเพิ่มขึ้น สามารถเข้าถึงเอกสารดัง กล่าวได้สะดวกและทั่วถึง

กุญแจดอกที่ 3

การจัดทำหรือจัดหาเครื่องมือจำเป็นที่ช่วยให้เกิดการสั่งใช้ยาอ ย่างสมเหตุผล 
(Essential RDU Tools)

vpn_key

ประกอบด้วยเครื่องมือที่สำคัญ 6 ประการ ได้แก่

  1. เป้าหมายในการรักษา (Goal, G) และคำแนะนำการใช้ยาในกลุ่มยา เป้าหมายซึ่งสอดคล้องกับหลักฐานเชิงประจักษ์ที่เป็นปัจจุบัน และเหมาะสมกับ บริบทในการปฏิบัติงานของแต่ละสถานพยาบาล (Recommendation, R)
  2. เภสัชตำรับที่รายการยาถูกคัดเลือกอย่างโปร่งใส โดยใช้หลักเกณฑ์ที่ สอดคล้องกับหลักฐานเชิงประจักษ์ และหลักฐานด้านความคุ้มค่า
  3. แนวทางการส่งตรวจและการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่จำเป็นต่อการ วินิจฉัยโรคเป้าหมาย และการติดตามผลการรักษาที่สอดคล้องกับระดับของสถาน พยาบาล (Monitoring, M)
  4. การจัดหาหรือจัดทำระบบข้อมูลอิเล็กโทรนิคส์ด้านยาและการรักษา โรค ที่จำเป็นต่อการใช้ยาอย่างสมเหตุผล
  5. ระบบและวิธีการปฏิบัติในการประเมินและการติดตามผลการใช้ยา รวมทั้งการให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้สั่งใช้ยา
  6. นโยบายด้านยาที่จำเป็นต่อระบบการใช้ยาที่สมเหตุผล ได้แก่ นโยบาย การใช้ยาตามบัญชียาหลักแห่งชาติ นโยบายการสั่งใช้ยาด้วยชื่อสามัญทางยา และ นโยบายการใช้ยาในผู้ป่วยสิทธิรักษาพยาบาลกลุ่มต่างๆ อย่างเท่าเทียมกัน (Policy, P)

ทั้งนี้ สถานพยาบาลควรมีการประเมินพัฒนาระบบยาและการใช้ยา อย่างสมเหตุผลอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง เช่น ให้มีการตรวจทานยาและการให้ ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้สั่งใช้ยาก่อนการส่งมอบหรือการให้ยาแก่ผู้ป่วย โดยมีระบบการ บันทึกและรายงานผลการปฏิบัติงานต่อคณะกรรมการเภสัชกรรมและการบำบัด เพื่อติดตามและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเดิมซ้ำอีก เป็นต้น

โครงการ RDU Hospital ได้จัดทำคำแนะนำและตัวชี้วัดสำหรับโรคที่พบ บ่อยในเวชปฏิบัติ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มโรค คือ โรคติดเชื้อ (Responsible use of antibiotics; RUA) และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-communicable disease; NCD) รวม 6 ประเภท ได้แก่

  1. ความดันเลือดสูง
  2. เบาหวาน
  3. ไขมันในเลือดสูง
  4. ข้อเสื่อม/เกาต์
  5. โรคไตเรื้อรัง
  6. โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง/โรคหืด

 

โดยมี ขั้นตอนดังนี้

  1. ยกร่างคำแนะนำฯ โดยคณะทำงานเฉพาะกิจ ซึ่งมีองค์ประกอบ ได้แก่ แพทย์และเภสัชกรจากเครือข่ายโรงพยาบาล กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่ง ประเทศไทย ผู้แทนแพทย์จากราชวิทยาลัย แพทย์และ/หรือเภสัชกรจากโรงพยาบาล สังกัดกระทรวงสาธารณสุข อาจารย์จากคณะเภสัชศาสตร์ และผู้แทนคณะทำงาน ผู้เชี่ยวชาญการคัดเลือกยาในบัญชียาหลักที่เกี่ยวข้อง โดยให้ครอบคลุมถึงเครื่องมือ ที่สำคัญทั้ง 6 ประการดังกล่าวข้างต้น พร้อมตัวชี้วัดที่เหมาะสม ในระยะเริ่มโครงการฯ (Indicator, I)
  2. นำร่างคำแนะนำฯ รับฟังความคิดเห็นในช่องทางต่างๆ จากโรง พยาบาลนำร่อง ราชวิทยาลัย สมาคมวิชาชีพ คณะผู้เชี่ยวชาญ และตัวแทนผู้ปฏิบัติ
  3. คณะทำงานเฉพาะกิจ นำความเห็นไปพิจารณา จัดทำเป็นแนวทางฉบับสมบูรณ์

กุญแจดอกที่ 4

การสร้างความตระหนักรู้ของบุคลากรทางการแพทย์และผู้รับ บริการต่อการใช้ยาอย่างสมเหตุผล
(Awareness for RDU Principles among Health Personnel and Patients)

vpn_key

การสร้างความตระหนักรู้ต่อการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในบุคลากรทางการ แพทย์และผู้รับบริการ และเห็นถึงความสำคัญในเรื่องดังกล่าว เป็นปัจจัยสำคัญที่ จะทำให้โครงการโรงพยาบาลส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลเป็นที่ยอมรับ และ นำไปปฏิบัติได้อย่างยั่งยืน ส่งผลให้ผู้รับบริการได้รับเฉพาะยาจำเป็นที่มีคุณภาพ เกิดประสิทธิผลของการรักษาตามแนวทางการรักษามาตรฐานอย่างครบถ้วน ปลอดภัย และคุ้มค่า

โครงการ RDU Hospital มีเป้าประสงค์ให้เกิดการสร้างกลไกระบบ และกิจกรรมของสถานพยาบาล ที่สนับสนุนการสร้างความตระหนักรู้ฯ เพื่อให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ยาของบุคลากรทางการแพทย์และผู้รับบริการให้มี ความสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ในการใช้ยาอย่างสมเหตุผล และต่างมีเจตคติที่ดี จน ได้รับการยอมรับเป็นวัฒนธรรมองค์กร และกลายเป็นบรรทัดฐานทางสังคมในหมู่ ประชาชนผู้ใช้ยาซึ่งรวมถึงตัวผู้ป่วยเอง และบุคคลใกล้ชิดที่อาจมีส่วนช่วยเหลือใน การใช้ยาของผู้ป่วย

กุญแจดอกที่ 5

การดูแลด้านยาเพื่อความปลอดภัยของประชากรกลุ่มพิเศษ
(Special Population Care)

vpn_key

การดูแลให้มีการใช้ยาอย่างเหมาะสมแก่ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อผลข้าง เคียงของยา เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการลดภาวะแทรกซ้อนจากยาต่อผู้รับบริการ

โครงการ RDU Hospital มีเป้าประสงค์ให้เกิดกลไก ระบบ และมาตรการ ในระบบยาของสถานพยาบาล ที่สนับสนุนให้เกิดการใช้ยาอย่างรอบคอบ ระมัดระวัง ในประชากรกลุ่มพิเศษ และกลไกดังกล่าวถูกนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพในการ ป้องกันอันตรายจากการใช้ยาในส่วนที่สามารถป้องกันได้ โดยได้จัดทำคำแนะนำและตัวชี้วัดสำหรับการดูแลด้านยาเพื่อความปลอดภัยของประชากรกลุ่มพิเศษ 6 กลุ่ม ได้แก่ 1) ผู้สูงอายุ 2) สตรีตั้งครรภ์ 3) สตรีให้นมบุตร 4) ผู้ป่วยเด็ก 5) ผู้ป่วย โรคตับ และ 6) ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนจากยาในผู้รับบริการ กลุ่มพิเศษ สอดคล้องกับมาตรฐานตามตัวชี้วัดที่ได้รับการกำหนดขึ้น

กุญแจดอกที่ 6

การส่งเสริมจริยธรรมและจรรยาบรรณทางการแพทย์ในการสั่งใช้ยา 
(Ethics in Prescription)

vpn_key

โครงการ RDU Hospital มีเป้าประสงค์ให้สถานพยาบาลปฏิบัติตาม แนวทางในการคัดเลือกยาและการสั่งใช้ยาที่เป็นไปตามเกณฑ์จริยธรรมว่าด้วยการ ส่งเสริมการขายยาของประเทศไทย รวมถึงการจัดให้เกิดกลไก ระบบ และมาตรการ ตามข้อกำหนดในการมีปฏิสัมพันธ์กับบริษัทยา ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือกระบวนการนำยาเข้าและออกจากสถานพยาบาลมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่ตกอยู่ในอิทธิพล ของการส่งเสริมการขายยาที่ขาดจริยธรรม และเป้าประสงค์ในระดับบุคลากร ให้มี การสั่งใช้ยาภายใต้แนวทางของการใช้ยาอย่างสมเหตุผล ตรงตามหลัก จริยธรรมทางการแพทย์ โดยคำนึงถึงการสั่งใช้ยาที่เป็นประโยชน์แก่ผู้รับบริการจริง ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยา ความเท่าเทียมของผู้รับบริการ และการเคารพ ในสิทธิผู้ป่วย

คำถามที่พบบ่อย

Q1. การใช้ยาอย่างสมเหตุผล คืออะไร

การใช้ยาโดยมีข้อบ่งชี้ เป็นยาที่มีคุณภาพมีประสิทธิผลจริง ให้ประโยชน์เหนือกว่าความเสี่ยงอย่างชัดเจน มีราคาเหมาะสม โดยใช้ยาในขนาดที่พอเหมาะ ด้วยวิธีการให้ยาและความถี่ที่ถูกต้อง ด้วยระยะเวลารักษาที่เหมาะสม ผู้ป่วยให้การยอมรับและใช้ยาได้อย่างถูกต้องและต่อเนื่อง

Q2. โครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ใด

เพื่อแก้ปัญหาการใช้ยาอย่างไม่สมเหตุผล และการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ

Q3. ใครจะได้ประโยชน์จากโครงการนี้

ประชาชน หรือผู้รับบริการทางการแพทย์ และโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งแพทย์ พยาบาล และเภสัชกร

Q4. วิธีง่ายๆ ในการใช้ยาอย่างสมเหตุผล

ใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์ ใช้ยาอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดยาหรือปรับขนาดยาเอง ไม่ควรซื้อยา อาหารเสริมหรือสมุนไพรมารับประทานเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวข้องกับยา การใช้ยา หรือผลข้างเคียงจากยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

Q5. ถ้าต้องการหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ การใช้ยาอย่างสมเหตุผล สามารถทำได้อย่างไร

สามารถสืบค้นข้อมูลเบื้องต้นได้จากภายในเว็บไซต์นี้ หรือสอบถามได้ทาง คณะทำงานโรงพยาบาลส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล

โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร